Propertyhub
propertyhub logo
Reviewคู่มือ/ซื้อ/ขาย/เช่าHome & LivingNewsนายหน้ามือโปร
ค้นหาบทความclock

เคล็ด(ไม่)ลับ วิธีผ่อนบ้าน/คอนโดให้ประหยัดดอกเบี้ย

ซื้อบ้าน - ซื้อคอนโด
BY
KAiiW.
โพสต์เมื่อ
27 February 2026

การซื้อบ้านหรือคอนโดมิเนียมอาจเป็นเป้าหมายใหญ่ของใครหลาย ๆ คน แต่สิ่งที่มาพร้อมกับความฝันนั้นคือภาระการผ่อนชำระระยะยาว โดยเฉพาะ “ดอกเบี้ย” ซึ่งเป็นต้นทุนสำคัญที่ทำให้ราคาบ้าน/คอนโดเพิ่มสูงขึ้นกว่าราคาซื้อขายจริงอย่างมีนัยสำคัญ และปฏิเสธไม่ได้เลยว่า...หลาย ๆ คน อาจโฟกัสเพียงยอดผ่อนต่อเดือน จนมองข้ามว่าในแต่ละงวดที่จ่ายไปนั้น มีสัดส่วนของดอกเบี้ยมากกว่าที่คิด ซึ่งในความเป็นจริงแล้ว หากวางแผนการเงินอย่างถูกต้อง และเข้าใจโครงสร้างดอกเบี้ยเงินกู้ให้ชัดเจน เราสามารถลดภาระดอกเบี้ยลงได้ไม่น้อยตลอดอายุสัญญา บทความนี้จึงรวบรวมเคล็ด(ไม่)ลับ วิธีผ่อนบ้านและคอนโดให้ประหยัดดอกเบี้ย พร้อมแนวทางบริหารหนี้อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อให้คุณเป็นเจ้าของบ้าน/คอนโดได้อย่างมั่นคงและไม่ต้องจ่ายดอกเบี้ยเกินความจำเป็นในระยะยาว

 

เข้าใจก่อนว่า “ดอกเบี้ย” บ้าน/คอนโด คิดอย่างไร ?

ก่อนจะเริ่มวางแผนลด ดอกเบี้ย สิ่งสำคัญที่สุดคือการเข้าใจโครงสร้างการคิดดอกเบี้ยของสินเชื่อบ้านและคอนโดเสียก่อน โดยทั่วไปธนาคารจะคิดดอกเบี้ยแบบ “ลดต้นลดดอก” (Effective Rate) นั่นหมายความว่า ดอกเบี้ยจะคำนวณจาก “เงินต้นคงเหลือ” ในแต่ละงวด ซึ่งในช่วง 3–5 ปีแรกของการผ่อนชำระ สัดส่วนเงินที่เราจ่ายส่วนใหญ่จะเป็นดอกเบี้ยมากกว่าเงินต้น จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมหลายคนผ่อนไปหลายปี แต่เงินต้นลดลงไม่มากอย่างที่คิด ยิ่งดอกเบี้ยสูงหรือระยะเวลากู้ยาวนานเท่าไร ภาระดอกเบี้ยรวมตลอดสัญญายิ่งเพิ่มขึ้นเท่านั้น ดังนั้นการเข้าใจจังหวะและโครงสร้างดอกเบี้ย จะช่วยให้เราวางแผนลดต้นทุนได้อย่างถูกจุด

ดอกเบี้ยแบบลดต้นลดดอก (Effective Rate) คืออะไร ?

สินเชื่อบ้านและคอนโดในไทยมักจะใช้ระบบ ดอกเบี้ยลดต้นลดดอก (Effective Rate) ซึ่งหมายความว่า ธนาคารจะคำนวณดอกเบี้ยจาก “ยอดเงินต้นคงเหลือจริง” ในแต่ละงวด ยิ่งเงินต้นลดเร็ว ดอกเบี้ยในงวดถัดไปก็ยิ่งลดลงตามไปด้วย นี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมการ “โปะเพิ่ม” หรือการเลือกแพ็กเกจที่ดอกเบี้ยไม่พุ่งสูงหลังหมดโปรโมชัน จึงช่วยประหยัดดอกเบี้ยรวมตลอดสัญญาได้อย่างมีนัยสำคัญ เพราะทุกบาทที่ตัดเงินต้นได้เร็ว คือการหยุดดอกเบี้ยในอนาคตทันที

 

เลือกสินเชื่อให้เหมาะ ลดดอกเบี้ยตั้งแต่วันแรก

หนึ่งในวิธีลดดอกเบี้ยที่สำคัญที่สุด คือการเลือกแพ็กเกจสินเชื่อธนาคารที่เหมาะสมกับสถานการณ์ทางการเงินของตนเอง เพราะแม้อัตราดอกเบี้ยจะดูต่างกันเพียงเล็กน้อย แต่เมื่อคำนวณกับยอดกู้หลักล้านบาทและระยะเวลา 20–30 ปี ความต่างเพียง 0.25–0.50% ก็อาจหมายถึงเงินหลายแสนบาทได้

ดอกเบี้ยคงที่ vs ดอกเบี้ยลอยตัว

  • ดอกเบี้ยคงที่ (Fixed Rate) เหมาะกับผู้ที่ต้องการความมั่นคง รู้ยอดผ่อนชัดเจนในช่วงแรก
  • ดอกเบี้ยลอยตัว (Floating Rate) อ้างอิงกับ MRR / MLR / MOR ซึ่งสามารถปรับขึ้นลงตามภาวะเศรษฐกิจ

หลายธนาคารมักเสนออัตราดอกเบี้ยพิเศษในช่วง 1–3 ปีแรก หลังจากนั้นจะเข้าสู่ช่วงลอยตัว หากไม่วางแผนล่วงหน้า ภาระดอกเบี้ยอาจเพิ่มขึ้นโดยไม่รู้ตัว ดังนั้นอย่าดูเพียง “ดอกเบี้ยปีแรก” แต่ควรคำนวณ ดอกเบี้ยเฉลี่ย 3 ปีแรก (Average 3 Years Rate) และดูแนวโน้มหลังหมดโปรโมชันควบคู่กันไป

 

ผ่อนมากกว่าขั้นต่ำ = ลดดอกเบี้ยได้จริง

เคล็ด(ไม่)ลับ วิธีผ่อนบ้าน:คอนโดให้ประหยัดดอกเบี้ย 1.jpg

อีกหนึ่งวิธีที่ช่วยลดดอกเบี้ยอย่างเห็นผล คือการ “โปะเงินต้น” หรือผ่อนมากกว่ายอดขั้นต่ำที่ธนาคารกำหนด ซึ่งเมื่อคุณจ่ายเงินเพิ่มเข้าไปในเงินต้น ยอดคงเหลือจะลดลงทันทีและเนื่องจากดอกเบี้ยคำนวณจากเงินต้นคงเหลือ ดอกเบี้ยในงวดถัดไปจึงลดลงตามไปด้วย

ตัวอย่างเช่น
หากคุณกู้ 3 ล้านบาท ดอกเบี้ย 5% ต่อปี ระยะเวลา 30 ปี หากมีการโปะเงินต้นปีละ 50,000–100,000 บาท อาจช่วยลดดอกเบี้ยรวมได้หลายแสนบาท และทำให้ปิดหนี้ได้เร็วขึ้นหลายปี เคล็ดลับสำคัญคือ…ควรสอบถามธนาคารก่อนว่า การโปะเงินต้นมีค่าธรรมเนียมหรือไม่ โดยเฉพาะในช่วง 3 ปีแรกที่มักจะมีเงื่อนไขกำกับไว้อยู่

 

รีไฟแนนซ์บ้าน/คอนโด ลดดอกเบี้ยในระยะยาว

เมื่อผ่อนครบ 3 ปีแรกแล้ว หนึ่งในเครื่องมือสำคัญในการลดดอกเบี้ย คือ “รีไฟแนนซ์” คือการย้ายสินเชื่อไปยังธนาคารใหม่ที่เสนออัตราดอกเบี้ยต่ำกว่า ซึ่งช่วยลดภาระดอกเบี้ยในระยะยาวได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ควรรีไฟแนนซ์เมื่อไร ?

  • เมื่อดอกเบี้ยเข้าสู่ช่วงลอยตัวและปรับสูงขึ้น
  • เมื่อมีธนาคารอื่นเสนออัตราดอกเบี้ยที่ต่ำกว่าอย่างชัดเจน
  • เมื่อส่วนต่างดอกเบี้ยคุ้มค่ากับค่าธรรมเนียมการย้าย

ก่อนตัดสินใจรีไฟแนนซ์ ควรคำนวณค่าใช้จ่ายทั้งหมด เช่น ค่าจดจำนอง ค่าประเมินราคา และค่าธรรมเนียมต่าง ๆ เพื่อดูว่าการลดดอกเบี้ยครั้งนี้คุ้มค่าจริงหรือไม่

 

รีเทนชัน (Retention) ทางเลือกที่หลายคนมองข้าม

นอกจากการรีไฟแนนซ์ไปยังธนาคารใหม่แล้ว อีกหนึ่งทางเลือกที่หลายคนมักมองข้ามคือ “รีเทนชัน (Retention)” หรือการเจรจากับธนาคารเดิมเพื่อขอปรับลดอัตราดอกเบี้ยเมื่อครบช่วงโปรโมชัน 3 ปีแรก ซึ่งในทางปฏิบัติแล้ว ลูกค้าที่มีประวัติการผ่อนดี ไม่เคยค้างชำระ และมีสถานะทางการเงินมั่นคง มักมีโอกาสได้รับข้อเสนอพิเศษจากธนาคารเดิมเช่นกัน

ข้อดีของการรีเทนชัน (Retention)

  • ไม่ต้องเสียค่าจดจำนองใหม่ (ปกติ 1% ของวงเงินกู้)
  • ไม่ต้องเสียค่าประเมินหลักทรัพย์ใหม่ในบางกรณี
  • ขั้นตอนเอกสารง่ายกว่า และใช้เวลาน้อยกว่ารีไฟแนนซ์
  • ลดภาระดอกเบี้ยได้ทันทีโดยไม่ต้องย้ายธนาคาร

แม้ว่าอัตราดอกเบี้ยที่ได้จากการรีเทนชันอาจไม่ต่ำเท่ากับบางโปรโมชันรีไฟแนนซ์ของธนาคารอื่น แต่เมื่อคำนวณรวม “ต้นทุนแฝง” เช่น ค่าจดจำนอง ค่าอากร ค่าประเมิน หรือค่าธรรมเนียมอื่น ๆ แล้ว ส่วนต่างที่แท้จริงอาจไม่ได้ห่างกันมากอย่างที่คิด

การรีเทนชัน (Retention) เหมาะกับใคร ?

  • วงเงินกู้คงเหลือไม่สูงมากแล้ว
  • ไม่ต้องการยุ่งยากเรื่องเอกสารจำนวนมาก
  • มีแผนจะโปะปิดก่อนกำหนดในอีกไม่กี่ปี
  • ต้องการความสะดวกและประหยัดเวลา

ในหลาย ๆ กรณี หากดอกเบี้ยรีเทนชันสูงกว่ารีไฟแนนซ์เพียง 0.20–0.30% แต่ช่วยประหยัดค่าธรรมเนียมหลักหมื่นบาท การเลือกรีเทนชันอาจคุ้มค่ากว่าในเชิงตัวเลขสุทธิ

 

เลือกระยะเวลากู้ให้เหมาะ ลดดอกเบี้ยรวม

หลายคนเลือกผ่อนบ้านผ่อนคอนโดในเวลา 30 ปี เพราะต้องการให้ยอดผ่อนต่อเดือนต่ำที่สุด แต่ยิ่งระยะเวลากู้นาน ดอกเบี้ยรวมตลอดสัญญายิ่งสูง แต่ถ้าหากรายได้เอื้ออำนวย การเลือกผ่อน 20–25 ปี อาจช่วยลดดอกเบี้ยรวมได้มหาศาล แม้ยอดผ่อนต่อเดือนจะสูงขึ้นเล็กน้อย แต่ในระยะยาวถือว่าคุ้มค่า ซึ่งเคล็ดลับก็คือ...คำนวณ “ดอกเบี้ยรวมตลอดสัญญา” ควบคู่กับยอดผ่อนรายเดือน เพื่อให้เห็นภาพต้นทุนที่แท้จริง

 

อย่ามองข้ามประกันพ่วงสินเชื่อ

เวลาขอสินเชื่อบ้านหรือคอนโด หลายธนาคารมักเสนอ “ดอกเบี้ยพิเศษ” หากผู้กู้ทำประกันควบคู่ไปด้วย เช่น ประกันชีวิตคุ้มครองสินเชื่อ (MRTA) หรือประกันอัคคีภัย ซึ่งเงื่อนไขลักษณะนี้พบได้บ่อยมาก โดยเฉพาะในช่วงโปรโมชัน 1–3 ปีแรก

แม้อัตราดอกเบี้ยจะลดลงอย่างเห็นได้ชัด เช่น ลดลง 0.25–0.50% ต่อปี แต่สิ่งที่ควรพิจารณาคือ “ต้นทุนรวมตลอดสัญญา” ไม่ใช่ดูแค่ตัวเลขดอกเบี้ยที่ถูกลง

ประกันชีวิตคุ้มครองสินเชื่อ (MRTA) คืออะไร ?

MRTA คือประกันที่คุ้มครองวงเงินกู้ หากผู้กู้เสียชีวิตหรือทุพพลภาพ บริษัทประกันจะชำระหนี้คงค้างแทน ช่วยลดภาระของครอบครัว

ข้อดี

  • เพิ่มความอุ่นใจให้คนในครอบครัว
  • บางธนาคารให้ดอกเบี้ยต่ำลงหากทำ MRTA
  • เบี้ยประกันสามารถนำไปรวมกับวงเงินกู้ได้ (ไม่ต้องจ่ายก้อนทันที)

ข้อควรระวัง

  • หากนำเบี้ยประกันไปรวมในวงเงินกู้ เท่ากับคุณกำลังกู้เงินเพิ่ม และต้องเสียดอกเบี้ยบนเบี้ยประกันนั้นด้วย
  • หากปิดหนี้ก่อนกำหนด อาจต้องตรวจสอบเงื่อนไขเวนคืนกรมธรรม์

ประกันอัคคีภัย

ประกันอัคคีภัยเป็นประกันที่ “บังคับทำ” ตามเงื่อนไขสินเชื่อบ้านอยู่แล้ว แต่ค่าเบี้ยไม่สูงมากเมื่อเทียบกับ MRTA อย่างไรก็ตาม บางธนาคารอาจเสนอแพ็กเกจประกันทรัพย์สินเพิ่มเติม ซึ่งควรพิจารณาความจำเป็นเป็นกรณีไป

วิธีคำนวณว่าคุ้มจริงหรือไม่ ?

หลักคิดง่าย ๆ คือ...

  • ดอกเบี้ยที่ประหยัดได้ตลอดช่วงโปรโมชัน
  • เทียบกับ
  • ค่าเบี้ยประกันรวม (รวมดอกเบี้ยกรณีกู้เพิ่ม)

ตัวอย่างเชิงแนวคิด

หากวงเงินกู้ 3 ล้านบาท ดอกเบี้ยลดลง 0.30% ต่อปี ในช่วง 3 ปีแรก คุณอาจประหยัดดอกเบี้ยได้ประมาณหลักหมื่นปลาย ๆ ถึงแสนต้น ๆ (ขึ้นอยู่กับยอดเงินต้นคงเหลือ) แต่หากเบี้ย MRTA อยู่ที่ 150,000–200,000 บาท และคุณนำไปรวมกับวงเงินกู้ ต้นทุนที่แท้จริงอาจสูงกว่าดอกเบี้ยที่ประหยัดได้ : ดังนั้นต้องคำนวณ “ผลต่างสุทธิ” เสมอ

 

จัดการเครดิตให้ดี เพื่อได้ดอกเบี้ยที่ต่ำกว่า

เคล็ด(ไม่)ลับ วิธีผ่อนบ้าน:คอนโดให้ประหยัดดอกเบี้ย 2.jpg

อัตราดอกเบี้ยที่ธนาคารเสนอไม่ได้ขึ้นอยู่แค่โปรโมชัน แต่ขึ้นอยู่กับ “ความเสี่ยงของผู้กู้” ด้วย ยิ่งโปรไฟล์ทางการเงินแข็งแรง ธนาคารยิ่งมองว่าคุณมีความเสี่ยงต่ำ และมีโอกาสได้รับเงื่อนไขที่ดีกว่า ทั้งในรูปแบบดอกเบี้ยที่ต่ำลง วงเงินอนุมัติสูงขึ้น หรือระยะเวลากู้ที่ยืดหยุ่นมากขึ้น ซึ่งหนึ่งในตัวชี้วัดสำคัญคือ ภาระหนี้ต่อรายได้ (Debt Service Ratio: DSR) หากสัดส่วนผ่อนชำระรวมต่อเดือนสูงเกินไป โอกาสได้ดอกเบี้ยต่ำย่อมลดลง เพราะธนาคารมองว่ามีความเสี่ยงในการผิดนัด ดังนั้นก่อนยื่นกู้บ้านหรือคอนโด ควรเตรียมความพร้อมล่วงหน้าอย่างน้อย 3–6 เดือน ได้แก่...

  • ปิดบัตรเครดิตหรือวงเงินกู้ที่ไม่จำเป็น
  • ลดภาระผ่อนสินค้า/รถยนต์ หากทำได้
  • หลีกเลี่ยงการสร้างหนี้ก้อนใหม่ก่อนยื่นกู้
  • เดินบัญชีให้สม่ำเสมอ มีรายได้เข้าบัญชีชัดเจน

และแม้ว่าดอกเบี้ยลดลงเพียง 0.25–0.50% อาจดูเล็กน้อย แต่เมื่อคูณกับวงเงินหลักล้านบาทและระยะเวลา 20–30 ปี ผลต่างที่เกิดขึ้นอาจสูงถึงหลักหมื่นหรือหลักแสนบาทตลอดอายุสัญญา ดังนั้น “เครดิตดี” ไม่ใช่แค่กู้ผ่านง่าย แต่หมายถึงต้นทุนชีวิตที่ถูกลงในระยะยาว

 

จ่ายตรงเวลาเสมอ ลดดอกเบี้ยผิดนัด

หลายคนมองข้ามเรื่องนี้ แต่การผิดนัดเพียงครั้งเดียวอาจสร้างผลกระทบได้มากกว่าที่คิด เพราะดอกเบี้ยผิดนัดมักสูงกว่าอัตราปกติ และยังถูกบันทึกในเครดิตบูโร ซึ่งอาจส่งผลต่อการรีไฟแนนซ์ในอนาคต ยิ่งไปกว่านั้นหากเกิดการผิดนัดต่อเนื่อง ธนาคารอาจปรับสถานะลูกหนี้และลดโอกาสในการเจรจารีเทนชันหรือขอลดดอกเบี้ยในอนาคต

แนวทางป้องกันที่ควรทำทันที ได้แก่...

  • ตั้งระบบหักบัญชีอัตโนมัติ (Auto Debit)
  • สำรองเงินในบัญชีอย่างน้อย 1 งวดเสมอ
  • มีเงินสำรองฉุกเฉินอย่างน้อย 3–6 เดือนของค่างวดผ่อน

การรักษาวินัยการชำระเงินไม่ใช่แค่เลี่ยงค่าปรับ แต่คือการรักษา “อำนาจต่อรอง” ทางการเงินของตัวคุณเองในอนาคตด้วย

 

วางแผนดอกเบี้ยตามช่วงเศรษฐกิจ

อัตราดอกเบี้ยบ้านมีความสัมพันธ์โดยตรงกับทิศทางเศรษฐกิจและนโยบายการเงิน หากธนาคารกลางมีแนวโน้มปรับขึ้นดอกเบี้ย อัตราลอยตัวของธนาคารพาณิชย์ก็มักจะขยับตาม

ในช่วงดอกเบี้ยขาขึ้น

  • ควรพิจารณารีไฟแนนซ์หรือรีเทนชันก่อนที่อัตราจะปรับสูง
  • เปรียบเทียบแพ็กเกจดอกเบี้ยคงที่ระยะสั้นเพื่อ “ล็อกต้นทุน”

ในช่วงดอกเบี้ยขาลง

  • แพ็กเกจลอยตัวอาจให้ประโยชน์มากกว่า
  • อาจรอจังหวะรีไฟแนนซ์เมื่ออัตราปรับลดลงชัดเจน

การติดตามข่าวเศรษฐกิจและแนวโน้มดอกเบี้ยอย่างสม่ำเสมอจะช่วยให้คุณตัดสินใจในการวางแผนในการผ่อนบ้าน/คอนโดได้ดียิ่งขึ้น

 

การลดดอกเบี้ยไม่ใช่เรื่องซับซ้อน แต่ต้องอาศัยความเข้าใจและวินัยทางการเงิน เริ่มตั้งแต่การเลือกสินเชื่อที่เหมาะสม การโปะเงินต้นอย่างสม่ำเสมอ การรีไฟแนนซ์หรือรีเทนชันในจังหวะที่ถูกต้อง ไปจนถึงการบริหารเครดิตให้ดี ดอกเบี้ยอาจดูเป็นตัวเลขเล็ก ๆ ต่อปี แต่เมื่อคูณด้วยระยะเวลากว่า 20–30 ปี ผลรวมที่เกิดขึ้นอาจต่างกันหลักแสนหรือหลักล้านบาท ดังนั้นหากต้องการผ่อนบ้านหรือคอนโดอย่างชาญฉลาด อย่ามองแค่ยอดผ่อนต่อเดือน แต่ให้ความสำคัญกับ “ดอกเบี้ย” ในภาพรวม เพราะการบริหารดอกเบี้ยอย่างถูกวิธี คือกุญแจสำคัญที่จะทำให้คุณเป็นเจ้าของบ้านได้อย่างมั่นคง โดยไม่แบกรับภาระเกินความจำเป็นในระยะยาวนั่นเอง ทั้งนี้คุณสามารถคำนวณดอกเบี้ย/วงเงินกู้เบื้องต้นได้ด้วยตัวเองผ่านทาง เครื่องมือคำนวณ บนเว็บไซต์ Propertyhub Blog

 

และสำหรับใครที่กำลังมองหาบ้าน คอนโด หรืออสังหาริมทรัพย์ประเภทอื่น ๆ คุณก็สามารถเข้ามาเลือกชมได้ที่ Propertyhub เว็บไซต์รวบรวมประกาศขาย/เช่าอสังหาฯ ที่ใช้งานง่ายที่สุด หรือดาวน์โหลด Propertyhub App เพื่อให้การค้นหาคอนโด เป็นเรื่องง่าย ๆ เพียงแค่ปลายนิ้ว (รองรับทั้งระบบ IOS และ Android)

แชร์เนื้อหา
KAiiW.
ช่องทางในการติดตาม
LINE@ Add Friend
บทความที่เกี่ยวข้อง

เคล็ด(ไม่)ลับ วิธีผ่อนบ้าน/คอนโดให้ประหยัดดอกเบี้ย

รวมเคล็ดลับผ่อนบ้านและคอนโดให้ประหยัดดอกเบี้ย เรียนรู้วิธีลดดอกเบี้ย โปะเงินต้น และบริหารสินเชื่ออย่างถูกต้อง เพื่อลดภาระทางการเงินในระยะยาว

โพสต์เมื่อ27 February 2026

ใบปลอดหนี้ คืออะไร ? เอกสารสำคัญที่ต้องมี ก่อนตัดสินใจซื้อบ้าน/คอนโด

ใบปลอดหนี้ คืออะไร ? รู้จักเอกสารสำคัญที่ต้องมี ก่อนซื้อบ้านหรือคอนโด ช่วยยืนยันว่าไม่มีหนี้ค้างคา ลดความเสี่ยงและเพิ่มความมั่นใจก่อนโอนกรรมสิทธิ์

โพสต์เมื่อ10 February 2026

Backlog คืออะไร ? คำควรรู้ก่อนเข้าสู่วงการอสังหาฯ

Backlog คืออะไร ? ทำความรู้จักคำศัพท์อสังหาริมทรัพย์ที่นักลงทุนควรรู้ เข้าใจความหมายของ Backlog และความสำคัญก่อนตัดสินใจซื้อบ้านหรือคอนโด

โพสต์เมื่อ27 January 2026

Freehold vs Leasehold คืออะไร ? นักลงทุนอสังหาฯ มือใหม่ควรรู้จัก

Freehold vs Leasehold คืออะไร ? ทำความเข้าใจความแตกต่างของการถือครองอสังหาริมทรัพย์ เหมาะกับนักลงทุนมือใหม่ วิเคราะห์ข้อดี–ข้อควรรู้ของ Freehold และ Leasehold ก่อนตัดสินใจลงทุน

โพสต์เมื่อ21 January 2026

บทความแนะนำ

ขั้นตอนเปลี่ยนชื่อผู้ใช้ไฟฟ้า ต้องทำอย่างไรกันนะ ?

ขั้นตอนเปลี่ยนชื่อผู้ใช้ไฟฟ้า ต้องทำอย่างไรกันนะ ?

สำหรับใครที่กำลังจะไปทำเรื่อง “ขอเปลี่ยนชื่อผู้ใช้ไฟฟ้า” บทความนี้ก็คงจะเป็นประโยชน์กับคุณอย่างแน่นอน เพราะว่าเราได้รวบรวมขั้นตอนการยื่นเรื่องขอเปลี่ยนชื่อผู้ใช้ไฟฟ้า พร้อมกับลิสต์รายชื่อเอกสารที่คุณจะต้องจัดเตรียมมาฝาก

โพสต์เมื่อ21 August 2025
วิธีตรวจสอบ “ราคาประเมินคอนโดออนไลน์” แบบไม่ต้องไปถึงกรมที่ดิน

วิธีตรวจสอบ “ราคาประเมินคอนโดออนไลน์” แบบไม่ต้องไปถึงกรมที่ดิน

ปัจจุบันนี้คุณสามารถเช็คราคาประเมินคอนโดทางออนไลน์ได้แล้ว และที่สำคัญเลยก็คือใช้งานง่าย เช็คราคาประเมินได้ตลอด 24 ชั่วโมง โดยที่ไม่ต้องเสียเวลาและค่าเดินทางไปยังกรมที่ดิน เพราะฉะนั้นทางทีมงาน Propertyhub จึงจะขอนำวิธีตรวจสอบ “ราคาประเมินคอนโดออนไลน์” มาฝาก

โพสต์เมื่อ16 October 2025
รวมขั้นตอนการรับโอนคอนโด พร้อมเอกสารการโอนที่ต้องจัดเตรียม

รวมขั้นตอนการรับโอนคอนโด พร้อมเอกสารการโอนที่ต้องจัดเตรียม

ในการซื้ออสังหาริมทรัพย์อย่างคอนโดนั้น นอกเหนือจากราคาขายคอนโดแล้ว สิ่งที่ต้องทราบนอกเหนือจากนี้ก็คือเรื่องของ ขั้นตอนต่างๆ ที่ผู้ซื้อทุกรายจะต้องทำความเข้าใจ เพราะไม่ว่าจะเป็นการ ซื้อคอนโด มือหนึ่งจากผู้พัฒนาโครงการ หรือการซื้อคอนโดมือสองต่อจากผู้เป็นเจ้าของก็ตาม ขั้นตอนของการ โอนคอนโด คือเรื่องที่จะสร้างความปวดหัวไม่น้อยสำหรับใครที่ไม่เคยทำความเข้าใจมาก่อน

โพสต์เมื่อ29 August 2025

คอนโดให้เช่ายอดนิยม

propertyhub logo

เมนูหลัก

ติดต่อเรา

บริษัท ซิมเปิ้ล อินเทอร์เน็ต
จํากัด เลขที่ 242 ห้องเลขที่ A210 อาคาร A
ศูนย์การค้าเพลินนารี่มอลล์
ถนนวัชรพล แขวงท่าแร้ง เขตบางเขน
กรุงเทพมหานคร 10230
Line QrCode
Line ID : @propertyhub
โทร. 02-026-3049

support@propertyhub.in.th

Line QrCode
Line ID : @propertyhub
โทร. 02-026-3049

support@propertyhub.in.th

twitter icon
youtube icon
instagram icon
Copyright © 2019-2020 Zimple Internet Co., Ltd. , All rights reserved.
facebook icon
twitter icon
youtube icon
instagram icon