Propertyhub
propertyhub logo
Reviewคู่มือ/ซื้อ/ขาย/เช่าHome & LivingNewsนายหน้ามือโปร
ค้นหาบทความclock

DSR คืออะไร ? ทำไมถึงมีผลต่อการขอสินเชื่อบ้านและคอนโด

ซื้อบ้าน - ซื้อคอนโด
BY
KAiiW.
โพสต์เมื่อ
30 June 2026

การขอสินเชื่อบ้านหรือคอนโดให้ผ่าน ไม่ได้ขึ้นอยู่กับรายได้สูงเพียงอย่างเดียว แต่ยังมีอีกหลายปัจจัยที่ธนาคารนำมาประกอบการพิจารณา ซึ่งหลายคนอาจไม่เคยรู้มาก่อน จึงทำให้บางคนได้รับอนุมัติวงเงินต่ำกว่าที่คาดไว้ หรือบางรายอาจถูกปฏิเสธสินเชื่อ ทั้งที่มีรายได้ประจำและหน้าที่การงานที่มั่นคง ซึ่งถ้าหากคุณกำลังวางแผนซื้อบ้านหรือคอนโด การเตรียมความพร้อมก่อนยื่นกู้จึงเป็นเรื่องสำคัญ เพราะยิ่งเข้าใจหลักเกณฑ์ที่ธนาคารใช้พิจารณามากเท่าไร ก็ยิ่งมีโอกาสวางแผนการเงินได้ตรงจุดและเพิ่มโอกาสในการขอสินเชื่อผ่านได้มากขึ้น ซึ่งหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ผู้กู้ทุกคนควรรู้จักก็คือ DSR และบทความนี้ Propertyhub จะพาไปทำความเข้าใจว่า DSR คืออะไร มีผลต่อการขอสินเชื่อบ้านและคอนโดอย่างไร รวมถึงวิธีเตรียมตัวก่อนยื่นกู้ให้มีโอกาสอนุมัติมากขึ้น

 

DSR คืออะไร ?

DSR (Debt Service Ratio) คือ สัดส่วนภาระหนี้ต่อรายได้ ที่ธนาคารใช้ประเมินความสามารถในการผ่อนชำระสินเชื่อของผู้กู้ โดยคำนวณจากยอดผ่อนชำระหนี้ทั้งหมดในแต่ละเดือน เปรียบเทียบกับรายได้สุทธิต่อเดือนของผู้ขอสินเชื่อ

พูดให้เข้าใจง่าย ๆ คือ DSR เป็นตัวเลขที่บอกว่า ในแต่ละเดือนคุณต้องนำรายได้ไปชำระหนี้คิดเป็นกี่เปอร์เซ็นต์ของรายได้ทั้งหมด หากตัวเลขอยู่ในระดับที่เหมาะสม ก็จะสะท้อนว่าคุณยังมีความสามารถในการรับภาระผ่อนบ้านหรือคอนโดเพิ่มเติมได้ แต่หาก DSR สูงเกินไป ธนาคารก็อาจพิจารณาลดวงเงินกู้ หรืออาจไม่อนุมัติสินเชื่อ เพื่อป้องกันไม่ให้ผู้กู้มีภาระหนี้มากเกินกว่าความสามารถในการชำระ

 

วิธีคำนวณ DSR

สูตรการคำนวณ DSR สามารถคิดได้แบบง่าย ๆ ดังนี้...

DSR (%) = (ยอดผ่อนหนี้ทั้งหมดต่อเดือน ÷ รายได้สุทธิต่อเดือน) × 100

ตัวอย่าง : สมมติรายได้สุทธิต่อเดือน 50,000 บาท และมีภาระหนี้รายเดือนทั้งหมด ได้แก่ ผ่อนรถ 8,000 บาท + ผ่อนบัตรเครดิต 2,000 บาท รวมเป็น 10,000 บาท

DSR = (10,000 ÷ 50,000) × 100 = 20%

ผลลัพธ์ที่ได้คือ DSR เท่ากับ 20% นั่นหมายความว่า รายได้ของคุณในแต่ละเดือนถูกนำไปชำระหนี้เดิมแล้วประมาณ 20% ซึ่งธนาคารจะนำข้อมูลส่วนนี้มาพิจารณาร่วมกับภาระผ่อนบ้านหรือคอนโดที่กำลังขอสินเชื่อ เพื่อประเมินความสามารถในการผ่อนชำระต่อไป

 

ธนาคารกำหนด DSR ไว้ที่เท่าไหร่ ?

โดยทั่วไปสถาบันการเงินในไทยกำหนดเพดาน DSR ไว้ที่ ไม่เกิน 40–50% ของรายได้สุทธิ แต่ตัวเลขจริงจะแตกต่างกันตามนโยบายของแต่ละธนาคารและประเภทของสินเชื่อเป็นหลัก

ระดับ DSR

ความหมาย

ต่ำกว่า 35%

สถานะดีเยี่ยม โอกาสอนุมัติสูง

35 – 45%

พอรับได้ ขึ้นอยู่กับดุลพินิจธนาคาร

สูงกว่า 50%

ความเสี่ยงสูง โอกาสถูกปฏิเสธมีมาก

อย่างไรก็ตาม DSR เป็นเพียงหนึ่งในปัจจัยที่ธนาคารใช้ประกอบการพิจารณาสินเชื่อเท่านั้น ไม่ได้เป็นตัวตัดสินผลอนุมัติเพียงอย่างเดียว เพราะธนาคารยังพิจารณาปัจจัยอื่นร่วมด้วย เช่น ประวัติเครดิตหรือ Credit Score ความมั่นคงของอาชีพและรายได้ อายุของผู้กู้ รวมถึงความสามารถในการชำระหนี้โดยรวม ดังนั้นการมี DSR อยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสม ควบคู่กับประวัติทางการเงินที่ดี ก็จะช่วยเพิ่มโอกาสในการได้รับอนุมัติสินเชื่อบ้านหรือคอนโดได้มากขึ้น

 

ภาระหนี้อะไรบ้างที่นับรวมใน DSR ?

หลายคนเข้าใจว่า DSR จะคำนวณเฉพาะค่างวดบ้านหรือคอนโดที่กำลังจะยื่นกู้ แต่ในความเป็นจริง...ธนาคารจะนำภาระหนี้ทั้งหมดที่ผู้กู้มีอยู่ในปัจจุบันมาพิจารณาร่วมกัน เพื่อประเมินว่ายังมีความสามารถในการผ่อนชำระสินเชื่อใหม่ได้มากน้อยเพียงใด โดยภาระหนี้ที่มักถูกนำมาคำนวณ ได้แก่

  • ค่างวดผ่อนรถยนต์
  • ยอดผ่อนบัตรเครดิต (โดยทั่วไปธนาคารจะพิจารณาจากยอดชำระขั้นต่ำ หรือประมาณ 10% ของยอดคงค้าง ขึ้นอยู่กับหลักเกณฑ์ของแต่ละธนาคาร)
  • หนี้สินเชื่อส่วนบุคคล
  • หนี้จากสินเชื่อกับสถาบันการเงินอื่น ๆ
  • ค่างวดบ้านหรือคอนโดที่กำลังยื่นขอสินเชื่อ

ดังนั้นหากคุณมีบัตรเครดิตหลายใบหรือมีภาระผ่อนชำระหลายรายการ แม้จะยังไม่เคยผ่อนบ้านมาก่อน ก็อาจทำให้ค่า DSR สูงกว่าที่คาดไว้ และส่งผลต่อวงเงินกู้หรือโอกาสในการได้รับอนุมัติสินเชื่อได้ ดังนั้นก่อนยื่นกู้บ้านหรือคอนโด ควรตรวจสอบภาระหนี้ของตัวเองให้เรียบร้อย และหากเป็นไปได้ ควรลดหนี้ที่ไม่จำเป็นลงก่อน เพื่อเพิ่มโอกาสในการขอสินเชื่อให้ผ่านได้ง่ายขึ้น

 

ทำไม DSR ถึงสำคัญมากสำหรับการขอสินเชื่อบ้านและคอนโด ?

เหตุผลสำคัญก็เพราะ บ้านและคอนโดเป็นสินเชื่อระยะยาวที่มีวงเงินกู้ค่อนข้างสูง และระยะเวลาผ่อนชำระอาจนานถึง 20–30 ปี ดังนั้นก่อนอนุมัติสินเชื่อ ธนาคารจึงต้องประเมินว่าผู้กู้มีความสามารถในการผ่อนชำระได้อย่างต่อเนื่องตลอดอายุสัญญา โดยไม่กระทบต่อค่าใช้จ่ายที่จำเป็นในชีวิตประจำวัน

หาก DSR อยู่ในระดับสูง หมายความว่ารายได้ในแต่ละเดือนของผู้กู้ถูกนำไปชำระหนี้เป็นสัดส่วนที่มาก ทำให้เหลือเงินสำหรับค่าใช้จ่ายและเงินออมค่อนข้างน้อย ซึ่งอาจเพิ่มความเสี่ยงในการผิดนัดชำระหนี้ในอนาคต ด้วยเหตุนี้ธนาคารจึงใช้ DSR เป็นหนึ่งในตัวชี้วัดสำคัญในการประเมินความสามารถในการกู้ และใช้ประกอบการพิจารณาทั้งวงเงินสินเชื่อ อัตราดอกเบี้ย รวมถึงโอกาสในการอนุมัติสินเชื่อบ้านหรือคอนโดอีกด้วย

 

5 วิธีปรับ DSR ให้ดีขึ้นก่อนยื่นกู้

หากลองคำนวณ DSR แล้วพบว่าตัวเลขค่อนข้างสูง ก็ไม่จำเป็นต้องกังวล เพราะสามารถวางแผนปรับสถานะทางการเงินล่วงหน้าก่อนยื่นกู้ได้ ซึ่งจะช่วยเพิ่มโอกาสในการได้รับอนุมัติสินเชื่อมากขึ้น โดยมีวิธีที่ทำได้ ดังนี้

1. ปิดหนี้ก้อนเล็กที่ผ่อนใกล้หมดก่อน

หากมีหนี้บัตรเครดิตหรือสินเชื่อส่วนบุคคลที่มียอดคงเหลือไม่มาก ควรพิจารณาปิดหนี้เหล่านั้นก่อนยื่นกู้ เพราะจะช่วยลดภาระผ่อนชำระรายเดือนลงได้ทันที แม้ยอดหนี้จะไม่สูงมาก แต่ก็สามารถช่วยให้ค่า DSR ลดลงได้อย่างเห็นผล

2. ลดภาระจากบัตรเครดิตที่ไม่จำเป็น

หากมีบัตรเครดิตหลายใบแต่ใช้งานเพียงบางใบ อาจพิจารณาลดวงเงินหรือปิดบัตรที่ไม่ได้ใช้งาน เนื่องจากธนาคารบางแห่งอาจนำวงเงินหรือภาระจากบัตรเครดิตมาประกอบการพิจารณา DSR ซึ่งการลดภาระในส่วนนี้อาจช่วยให้การประเมินสินเชื่อเป็นไปในทิศทางที่ดีขึ้น

3. เพิ่มรายได้ก่อนยื่นกู้

หากมีรายได้เสริม รายได้จากธุรกิจ หรือเพิ่งได้รับการปรับเงินเดือน ควรรอให้มีหลักฐานแสดงรายได้อย่างชัดเจนก่อนยื่นกู้ เพราะเมื่อรายได้เพิ่มขึ้น ค่า DSR ก็จะลดลงตามสัดส่วน และช่วยให้ธนาคารเห็นถึงความสามารถในการผ่อนชำระที่มากขึ้น

4. พิจารณากู้ร่วมกับผู้กู้ร่วม

การกู้ร่วมกับคู่สมรสหรือบุคคลในครอบครัวที่มีรายได้ประจำ จะช่วยเพิ่มรายได้รวมที่นำมาคำนวณ DSR ส่งผลให้อัตราส่วนภาระหนี้ต่อรายได้ลดลง อีกทั้งยังมีโอกาสได้รับวงเงินสินเชื่อสูงขึ้น หากผู้กู้ร่วมมีคุณสมบัติตรงตามเกณฑ์ของธนาคาร

5. เลือกระยะเวลาผ่อนให้เหมาะสม

การเลือกระยะเวลาผ่อนที่นานขึ้น เช่น 30 ปี แทน 20 ปี จะช่วยลดค่างวดรายเดือน ทำให้ค่า DSR ลดลง และอาจช่วยให้ผ่านเกณฑ์การพิจารณาสินเชื่อได้ง่ายขึ้น อย่างไรก็ตาม ระยะเวลาผ่อนที่ยาวขึ้นก็หมายถึงดอกเบี้ยรวมที่ต้องจ่ายมากขึ้นเช่นกัน จึงควรเลือกให้เหมาะกับกำลังผ่อนของตนเอง

 

แม้ว่า DSR จะเป็นเพียงหนึ่งในหลายปัจจัยที่ธนาคารใช้พิจารณาสินเชื่อบ้านและคอนโด แต่ก็ถือเป็นตัวเลขที่มีความสำคัญอย่างมาก เพราะสะท้อนถึงความสามารถในการผ่อนชำระหนี้ของผู้กู้โดยตรง ยิ่งมี DSR อยู่ในระดับที่เหมาะสม โอกาสได้รับอนุมัติสินเชื่อและวงเงินกู้ที่ต้องการก็ยิ่งมีมากขึ้น ดังนั้นก่อนยื่นกู้ซื้อบ้านหรือคอนโดควรลองคำนวณ DSR ของตัวเองล่วงหน้า พร้อมทั้งวางแผนลดภาระหนี้ที่ไม่จำเป็นและรักษาวินัยทางการเงินอย่างสม่ำเสมอ เพราะการเตรียมความพร้อมด้านการเงินตั้งแต่เนิ่น ๆ จะช่วยเพิ่มโอกาสในการได้รับอนุมัติสินเชื่อจากธนาคาร และทำให้การซื้อบ้านหรือคอนโดเป็นไปได้ง่ายขึ้น

 

และสำหรับใครที่กำลังมองหาบ้าน/คอนโดมือสองพร้อมอยู่ คุณก็สามารถเข้าไปค้นหาได้ที่ Propertyhub เว็บไซต์ที่รวมประกาศปล่อยเช่า/ขายคอนโด ที่ใช้งานง่ายมากที่สุดแห่งยุค : Best Thailand property marketplace for condos, homes, and land. Create your free listing now. หรือดาวน์โหลด Propertyhub App เพื่อให้การค้นหาคอนโด เป็นเรื่องง่าย ๆ เพียงแค่ปลายนิ้ว (รองรับทั้งระบบ IOS และ Android)

แชร์เนื้อหา
KAiiW.
ช่องทางในการติดตาม
LINE@ Add Friend
บทความที่เกี่ยวข้อง

New Update! ระบบ Chat บน propertyhub.in.th

Propertyhub เพิ่มระบบแชท (Chat) เพื่อเพิ่มความสะดวกให้การสื่อสารกันมากยิ่งขึ้นระหว่างผู้ค้นหาอสังหาฯ และผู้ลงประกาศ ซึ่งสามารถใช้ได้พร้อมกัน ในวันที่ 18 ส.ค. 69 ทั้งบนเว็บไซต์ และ Application | *ไม่มีค่าใช้จ่าย สามารถใช้ฟรีได้ทุกท่าน

โพสต์เมื่อ07 August 2026

ปิดจบคำถามกวนใจ “ซื้อบ้าน/คอนโดครั้งแรก” ต้องเตรียมเงินเท่าไหร่กันแน่ ?

ซื้อบ้าน/คอนโดครั้งแรก ต้องเตรียมเงินเท่าไหร่กันแน่ ? รวมทุกค่าใช้จ่ายตั้งแต่เงินจอง เงินดาวน์ ค่าโอน ค่าจดจำนอง ไปจนถึงเงินสำรองหลังย้ายเข้าอยู่ พร้อมตัวอย่างการคำนวณจริงและเทคนิควางแผนการเงิน อ่านจบ ซื้อบ้านได้อย่างมั่นใจ

โพสต์เมื่อ22 July 2026

กู้บ้านไม่ผ่าน เพราะอะไร ? รวมสาเหตุ วิธีแก้และวิธีเตรียมตัวก่อนยื่นกู้ใหม่

กู้บ้านไม่ผ่าน เกิดจากอะไรได้บ้าง? รวมสาเหตุหลักที่ธนาคารปฏิเสธสินเชื่อบ้านแบบละเอียด พร้อมวิธีแก้ไขทีละขั้นตอน และเทคนิคเตรียมตัวก่อนยื่นกู้ใหม่ให้ผ่านฉลุย

โพสต์เมื่อ14 July 2026

Checklist ก่อนจองบ้านและคอนโด รวมสิ่งที่ต้องเช็กก่อนวางเงินจอง

เช็กลิสต์ก่อนจองบ้านและคอนโด ต้องดูอะไรบ้างก่อนวางเงินจอง ตั้งแต่งบประมาณ ทำเล เอกสารสิทธิ์ ไปจนถึงสัญญาจะซื้อจะขาย อ่านจบจองได้อย่างมั่นใจ ไม่มีพลาด

โพสต์เมื่อ07 July 2026

บทความแนะนำ

ขั้นตอนเปลี่ยนชื่อผู้ใช้ไฟฟ้า ต้องทำอย่างไรกันนะ ?

ขั้นตอนเปลี่ยนชื่อผู้ใช้ไฟฟ้า ต้องทำอย่างไรกันนะ ?

สำหรับใครที่กำลังจะไปทำเรื่อง “ขอเปลี่ยนชื่อผู้ใช้ไฟฟ้า” บทความนี้ก็คงจะเป็นประโยชน์กับคุณอย่างแน่นอน เพราะว่าเราได้รวบรวมขั้นตอนการยื่นเรื่องขอเปลี่ยนชื่อผู้ใช้ไฟฟ้า พร้อมกับลิสต์รายชื่อเอกสารที่คุณจะต้องจัดเตรียมมาฝาก

โพสต์เมื่อ21 August 2025
วิธีตรวจสอบ “ราคาประเมินคอนโดออนไลน์” แบบไม่ต้องไปถึงกรมที่ดิน

วิธีตรวจสอบ “ราคาประเมินคอนโดออนไลน์” แบบไม่ต้องไปถึงกรมที่ดิน

ปัจจุบันนี้คุณสามารถเช็คราคาประเมินคอนโดทางออนไลน์ได้แล้ว และที่สำคัญเลยก็คือใช้งานง่าย เช็คราคาประเมินได้ตลอด 24 ชั่วโมง โดยที่ไม่ต้องเสียเวลาและค่าเดินทางไปยังกรมที่ดิน เพราะฉะนั้นทางทีมงาน Propertyhub จึงจะขอนำวิธีตรวจสอบ “ราคาประเมินคอนโดออนไลน์” มาฝาก

โพสต์เมื่อ16 October 2025
รวมแบบฟอร์มเอกสารสัญญาและหนังสือมอบอำนาจ ดาวน์โหลด ฟรี!

รวมแบบฟอร์มเอกสารสัญญาและหนังสือมอบอำนาจ ดาวน์โหลด ฟรี!

สำหรับใครที่กำลังมองหา แบบฟอร์มเอกสารสัญญาและหนังสือมอบอำนาจอยู่ล่ะก็ ทาง Propretyhub ก็จัดให้! เพราะเราได้รวบรวม แบบฟอร์มเอกสารสำคัญต่างๆ มาไว้คุณได้ดาวโหลดไปใช้กันแบบฟรีๆ ไม่ว่าจะเป็น...

โพสต์เมื่อ27 September 2021

คอนโดให้เช่ายอดนิยม

propertyhub logo

เมนูหลัก

ติดต่อเรา

บริษัท ซิมเปิ้ล อินเทอร์เน็ต
จํากัด เลขที่ 242 ห้องเลขที่ A210 อาคาร A
ศูนย์การค้าเพลินนารี่มอลล์
ถนนวัชรพล แขวงท่าแร้ง เขตบางเขน
กรุงเทพมหานคร 10230
Line QrCode
Line ID : @propertyhub
โทร. 02-026-3049

support@propertyhub.in.th

Line QrCode
Line ID : @propertyhub
โทร. 02-026-3049

support@propertyhub.in.th

twitter icon
youtube icon
instagram icon
Copyright © 2019-2020 Zimple Internet Co., Ltd. , All rights reserved.
facebook icon
twitter icon
youtube icon
instagram icon