
อัปเดตดอกเบี้ยบ้าน/คอนโด ทุกธนาคารปี 2569
อัปเดตดอกเบี้ยบ้าน/คอนโด ปี 2569 ทุกธนาคาร พร้อมเปรียบเทียบอัตราดอกเบี้ยล่าสุด เข้าใจแนวโน้มก่อนกู้จริง วางแผนผ่อนบ้านให้คุ้ม ลดภาระดอกเบี้ยในระยะยาว
โพสต์เมื่อ18 March 2026

สำหรับผู้ที่เริ่มต้นลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ หนึ่งในเรื่องพื้นฐานที่ไม่ควรมองข้ามคือรูปแบบการถือครองกรรมสิทธิ์ ซึ่งมักจะพบคำว่า Freehold และ Leasehold อยู่บ่อยครั้ง โดยเฉพาะในโครงการคอนโดมิเนียมและอสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุน แต่หลายคนอาจยังไม่เข้าใจอย่างชัดเจนว่า Freehold และ Leasehold แตกต่างกันอย่างไร ส่งผลต่อมูลค่า การถือครอง และการลงทุนในระยะยาวมากน้อยแค่ไหน
ดังนั้นในบทความนี้ Propertyhub จะพานักลงทุนอสังหาฯ (มือใหม่) มาทำความเข้าใจความหมายของ Freehold และ Leasehold พร้อมแนวคิดเบื้องต้นในการเลือกถือครองให้เหมาะกับเป้าหมายการลงทุน เพื่อให้ตัดสินใจได้อย่างมั่นใจมากยิ่งขึ้น

Freehold คือ รูปแบบการซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ที่ผู้ซื้อได้รับกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินอย่างสมบูรณ์ หรือที่เข้าใจกันง่าย ๆ ว่าเป็นการซื้อแบบขายขาด ผู้ถือครองมีสิทธิ์เป็นเจ้าของอสังหาริมทรัพย์นั้นอย่างถาวร โดยไม่มีการกำหนดระยะเวลาการถือครอง สามารถอยู่อาศัย โอนกรรมสิทธิ์ ขายต่อ หรือส่งต่อให้ทายาทได้ตามกฎหมาย
ในมุมของการลงทุน อสังหาริมทรัพย์แบบ Freehold เปิดโอกาสให้ผู้ถือครองนำทรัพย์สินไปสร้างรายได้ต่อยอดได้หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นการปล่อยเช่าเพื่อรับรายได้ประจำ หรือการปรับปรุงตกแต่งเพื่อเพิ่มมูลค่าก่อนขายต่อในอนาคต ซึ่งหากราคาทรัพย์สินปรับตัวสูงขึ้น ผู้ลงทุนก็จะได้รับผลตอบแทนในรูปของกำไรจากส่วนต่างราคา หรือ Capital Gain เพิ่มเติมอีกทางหนึ่ง
นอกจากนี้ การลงทุนคอนโดหรืออสังหาริมทรัพย์แบบ Freehold ยังถือว่ามีความมั่นคงในระยะยาว เนื่องจากผู้ถือครองมีสิทธิ์ได้รับการชดเชยตามกฎหมายในกรณีที่เกิดเหตุไม่คาดฝัน เช่น การเวนคืนที่ดินหรือภัยพิบัติต่าง ๆ รวมถึงมีโอกาสได้รับวงเงินสินเชื่อจากธนาคารในสัดส่วนที่สูงกว่ารูปแบบการถือครองอื่น ทำให้ Freehold เป็นตัวเลือกยอดนิยมของทั้งผู้อยู่อาศัยจริงและนักลงทุนอสังหาริมทรัพย์
โดยสรุปแล้วการลงทุนแบบ Freehold หรือที่เรียกกันว่า “ซื้อลงทุน” จะให้ผลตอบแทนแก่ผู้ถือครองใน 2 รูปแบบหลัก ได้แก่ รายได้จากการปล่อยเช่า และกำไรจากการขายต่อในอนาคต ซึ่งช่วยสร้างความคุ้มค่าและความมั่นใจในการลงทุนระยะยาวได้เป็นอย่างดี

Leasehold คือ รูปแบบการถือครองอสังหาริมทรัพย์แบบเช่าระยะยาว โดยผู้ถือครองจะได้รับสิทธิ์ในการเข้าอยู่อาศัยและใช้ประโยชน์จากทรัพย์สินตามระยะเวลาที่ระบุไว้ในสัญญา ซึ่งกฎหมายกำหนดระยะเวลาเช่าไม่เกิน 30 ปี และในบางโครงการอาจมีการระบุสิทธิ์การต่อสัญญาเพิ่มเติม เช่น 30+30 ปี หรือรวมระยะเวลาการครอบครองยาวกว่า 60 ปี ทั้งนี้ผู้ถือครอง Leasehold จะไม่ได้รับกรรมสิทธิ์ความเป็นเจ้าของในทรัพย์สินนั้น และต้องชำระค่าเช่าหรือค่าเซ้งตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้
อสังหาริมทรัพย์แบบ Leasehold มักพบในโครงการที่พัฒนาอยู่บนที่ดินให้เช่า ซึ่งเจ้าของที่ดินและผู้พัฒนาโครงการเป็นคนละฝ่ายกัน เช่น ที่ดินของภาครัฐ สำนักงานทรัพย์สินพระมหากษัตริย์ หรือที่ดินในทำเลศักยภาพสูงที่มีมูลค่าสูงจนไม่สามารถนำมาขายขาดได้ ด้วยเหตุนี้ ราคาซื้อของคอนโด Leasehold จึงมักต่ำกว่าโครงการแบบ Freehold ในทำเลเดียวกัน ทำให้เหมาะกับผู้ที่ต้องการอยู่อาศัยหรือวางแผนลงทุนในระยะเวลาที่ชัดเจน
ในแง่ของการลงทุน Leasehold จัดเป็นการลงทุนในลักษณะ “ทรัพย์อิงสิทธิ” หรือการจ่ายเงินก้อนเพื่อแลกกับสิทธิ์การเช่าในช่วงเวลาที่กำหนด ผู้ถือครองสามารถนำอสังหาริมทรัพย์ไปปล่อยเช่าช่วงเพื่อสร้างรายได้ระหว่างอายุสัญญาได้ อย่างไรก็ตาม เนื่องจากสิทธิ์การเช่ามีระยะเวลาจำกัด มูลค่าสิทธิจะค่อย ๆ ลดลงตามอายุสัญญาที่เหลืออยู่ และจะหมดลงเมื่อครบกำหนดตามสัญญา
เมื่อสิ้นสุดระยะเวลาการเช่า ผู้ถือครอง Leasehold จะต้องคืนสิทธิ์ในการครอบครองให้แก่เจ้าของที่ดินหรือผู้ให้เช่า หรือดำเนินการต่อสัญญาใหม่ตามเงื่อนไขที่ระบุไว้ในสัญญาเดิม นอกจากนี้ ผู้ถือครอง Leasehold อาจไม่มีสิทธิ์ได้รับค่าชดเชยในส่วนของที่ดินและอาคาร หากเกิดกรณีเวนคืนหรือความเสียหายจากภัยพิบัติในช่วงที่ยังอยู่ภายใต้สัญญาเช่า ดังนั้นก่อนตัดสินใจเลือกลงทุนหรืออยู่อาศัย ควรศึกษารายละเอียดสัญญา Leasehold ให้รอบคอบ เพื่อให้สอดคล้องกับแผนการใช้งานและการลงทุนในระยะยาว

แม้ว่า Leasehold และการเช่าอสังหาริมทรัพย์แบบปกติจะมีลักษณะคล้ายกันในแง่ของการไม่ได้ถือครองกรรมสิทธิ์เป็นเจ้าของ แต่ในความเป็นจริงแล้วทั้งสองรูปแบบมีความแตกต่างกันอย่างชัดเจน โดยเฉพาะในเรื่องของระยะเวลาการถือครอง สิทธิ์ในการใช้ประโยชน์ และวัตถุประสงค์ในการอยู่อาศัยหรือการลงทุน
การเช่าอสังหาริมทรัพย์แบบปกติ มักเป็นการเช่าระยะสั้นถึงระยะกลาง เช่น 6 เดือน 1 ปี หรือ 3 ปี ผู้เช่าชำระค่าเช่าเป็นรายเดือน และไม่มีสิทธิ์ในการโอนสิทธิ์เช่าหรือสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับทรัพย์สินนั้น การเช่ารูปแบบนี้จึงเหมาะกับผู้ที่ต้องการอยู่อาศัยชั่วคราว มีความยืดหยุ่นสูง และสามารถย้ายที่อยู่อาศัยได้ง่ายเมื่อหมดสัญญา
ในขณะที่ Leasehold เป็นการถือครองสิทธิ์การเช่าในระยะยาว ซึ่งกฎหมายกำหนดไว้ไม่เกิน 30 ปี หรือบางโครงการอาจมีการต่อสัญญาเป็น 30+30 ปี ซึ่งผู้ถือสิทธิ์ต้องชำระเงินก้อนแรกเพื่อแลกกับสิทธิ์ในการครอบครองอสังหาริมทรัพย์ตลอดอายุสัญญา และสามารถนำทรัพย์สินไปใช้ประโยชน์ได้มากกว่า เช่น อยู่อาศัยเอง ปล่อยเช่า หรือโอนสิทธิ์ให้ผู้อื่นได้ตามเงื่อนไขสัญญา จึงมักถูกมองว่าเป็นทางเลือกกึ่งกลางระหว่างการซื้อขาดและการเช่าทั่วไป
กล่าวโดยสรุป Leasehold แตกต่างจากการเช่าอสังหาริมทรัพย์แบบปกติในแง่ของ “ระยะเวลาและสิทธิ์” โดย Leasehold ให้สิทธิ์ในการครอบครองที่ยาวนานและมีความเป็นเจ้าของเชิงสิทธิ์มากกว่า ขณะที่การเช่าแบบปกติเน้นความยืดหยุ่นและความสะดวกในระยะสั้น
|
|
Freehold |
Leasehold |
|
รูปแบบการถือครอง |
ถือครองกรรมสิทธิ์แบบขายขาด เป็นเจ้าของห้องชุดอย่างสมบูรณ์ |
ถือครองสิทธิ์การเช่าระยะยาวตามสัญญา |
|
ระยะเวลาการถือครอง |
ไม่มีกำหนดเวลา ถือครองได้ตลอดไป |
กำหนดระยะเวลา ส่วนใหญ่มักไม่เกิน 30 ปี หรือ 30+30 ปี |
|
กรรมสิทธิ์ในทรัพย์สิน |
ผู้ซื้อเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์เต็มรูปแบบ |
ไม่มีกรรมสิทธิ์ เป็นเพียงผู้ถือสิทธิ์การเช่า |
|
การโอน / ส่งต่อ |
สามารถขายต่อ โอนกรรมสิทธิ์ หรือส่งต่อเป็นมรดกได้ |
สามารถโอนสิทธิ์เช่าได้ตามเงื่อนไขสัญญา แต่ไม่สามารถส่งต่อเป็นมรดกได้ |
|
การนำไปลงทุน |
ปล่อยเช่าและขายต่อได้ มีโอกาสได้กำไรจากค่าเช่าและ Capital Gain |
ปล่อยเช่าช่วงได้ภายในระยะเวลาสัญญา แต่มูลค่าสิทธิ์จะลดลงตามเวลา |
|
ราคาซื้อ |
ราคาสูงกว่าในทำเลเดียวกัน |
ราคาต่ำกว่า Freehold ในทำเลเดียวกัน |
|
การขอสินเชื่อ |
ธนาคารให้วงเงินกู้สูง โอกาสกู้ได้ 90–100% |
วงเงินกู้ต่ำกว่า หรือบางกรณีอาจกู้ไม่ได้ |
|
ความเสี่ยงระยะยาว |
มูลค่าทรัพย์สินมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นในระยะยาว |
มูลค่าสิทธิ์ลดลงตามอายุสัญญา และหมดค่าเมื่อครบกำหนด |
|
เหมาะกับใคร |
ผู้ที่ซื้ออยู่อาศัยระยะยาว ต้องการความมั่นคง และการส่งต่อทรัพย์สิน |
ผู้ที่ต้องการคอนโดทำเลดี ราคาจับต้องง่าย อยู่ชั่วระยะหนึ่ง |
|
สัดส่วนการถือครองของชาวต่างชาติ (คอนโด) |
คอนโด Freehold ชาวต่างชาติจะสามารถถือครองได้ไม่เกิน 49% จากอัตรายูนิตทั้งหมด |
คอนโด Leasehold ชาวต่างชาติถือครองได้ไม่จำกัด |
โดยสรุปแล้ว Freehold และ Leasehold คือรูปแบบการถือครองอสังหาริมทรัพย์ที่มีความแตกต่างกันอย่างชัดเจน Freehold ให้สิทธิการถือครองแบบถาวร เหมาะกับผู้ที่มองการลงทุนระยะยาวหรือการส่งต่อทรัพย์สินในอนาคต ขณะที่ Leasehold เป็นการถือครองตามระยะเวลาที่กำหนด เหมาะกับนักลงทุนที่ต้องการต้นทุนเริ่มต้นต่ำลงหรือเน้นผลตอบแทนในช่วงเวลาที่ชัดเจน ดังนั้นนักลงทุนอสังหาฯ มือใหม่ควรพิจารณาเป้าหมายการลงทุน ระยะเวลาการถือครอง และแผนการใช้งานควบคู่กันไป และเมื่อเข้าใจความแตกต่างของ Freehold และ Leasehold อย่างถ่องแท้แล้ว ก็จะสามารถเลือกอสังหาริมทรัพย์ที่สอดคล้องกับแผนการลงทุนและสร้างผลตอบแทนได้อย่างเหมาะสมในระยะยาวนั่นเอง
และสำหรับใครที่กำลังมองหาบ้าน คอนโด หรืออสังหาริมทรัพย์ประเภทอื่น ๆ คุณก็สามารถเข้ามาเลือกชมได้ที่ Propertyhub เว็บไซต์รวบรวมประกาศขาย/เช่าอสังหาฯ ที่ใช้งานง่ายที่สุดแห่งยุค หรือดาวน์โหลด Propertyhub App เพื่อให้การค้นหาคอนโด เป็นเรื่องง่าย ๆ เพียงแค่ปลายนิ้ว (รองรับทั้งระบบ IOS และ Android)
: 5 ทำเลอสังหาฯ น่าลงทุน สำหรับนักลงทุนมือใหม่
: ข้อดีของการซื้อคอนโดช่วง Grand Opening
: วิธีตรวจสอบ “ราคาประเมินคอนโดออนไลน์” แบบไม่ต้องไปถึงกรมที่ดิน


อัปเดตดอกเบี้ยบ้าน/คอนโด ปี 2569 ทุกธนาคาร พร้อมเปรียบเทียบอัตราดอกเบี้ยล่าสุด เข้าใจแนวโน้มก่อนกู้จริง วางแผนผ่อนบ้านให้คุ้ม ลดภาระดอกเบี้ยในระยะยาว
โพสต์เมื่อ18 March 2026
Backlog คืออะไร ? ทำความรู้จักคำศัพท์อสังหาริมทรัพย์ที่นักลงทุนควรรู้ เข้าใจความหมายของ Backlog และความสำคัญก่อนตัดสินใจซื้อบ้านหรือคอนโด
โพสต์เมื่อ27 January 2026
Freehold vs Leasehold คืออะไร ? ทำความเข้าใจความแตกต่างของการถือครองอสังหาริมทรัพย์ เหมาะกับนักลงทุนมือใหม่ วิเคราะห์ข้อดี–ข้อควรรู้ของ Freehold และ Leasehold ก่อนตัดสินใจลงทุน
โพสต์เมื่อ21 January 2026
สรุปข้อมูลสถิติการใช้งานเว็บไซต์ propertyhub ในช่วง ไตรมาสที่ 4 (ตุลาคม – ธันวาคม 2568) เพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อกลุ่มผู้ใช้งานในวงการอสังหาริมทรัพย์ประเภทคอนโด โดยครอบคลุมทั้งกลุ่มผู้ที่กำลังมองหา คอนโดเพื่อเช่าหรือซื้อ รวมถึงนายหน้าที่ต้องการวิเคราะห์พฤติกรรมผู้ใช้งานและแนวโน้มความสนใจในตลาดอสังหาริมทรัพย์
โพสต์เมื่อ09 January 2026
ในการซื้ออสังหาริมทรัพย์อย่างคอนโดนั้น นอกเหนือจากราคาขายคอนโดแล้ว สิ่งที่ต้องทราบนอกเหนือจากนี้ก็คือเรื่องของ ขั้นตอนต่างๆ ที่ผู้ซื้อทุกรายจะต้องทำความเข้าใจ เพราะไม่ว่าจะเป็นการ ซื้อคอนโด มือหนึ่งจากผู้พัฒนาโครงการ หรือการซื้อคอนโดมือสองต่อจากผู้เป็นเจ้าของก็ตาม ขั้นตอนของการ โอนคอนโด คือเรื่องที่จะสร้างความปวดหัวไม่น้อยสำหรับใครที่ไม่เคยทำความเข้าใจมาก่อน
โพสต์เมื่อ29 August 2025
ทางทีมงาน Propertyhub จะขอพาคุณไปรู้จักกับวิธีเช็คแนวเวนคืนที่ดิน(เบื้องต้น)ก่อนตัดสินใจซื้ออสังหาฯ ทั้งนี้ก็เพื่อป้องกันปัญหาการเวนคืนที่ดิน ที่ขอบอกได้เลยว่าไม่มีใครอยากจะเจอ
โพสต์เมื่อ08 September 2023
เช็กราคาประเมินที่ดินล่าสุดปี 2568 ครบทั้ง 77 จังหวัด ใช้ประกอบการซื้อขาย หรือวางแผนลงทุนอสังหาได้แม่นยำยิ่งขึ้น
โพสต์เมื่อ10 February 2025